เชื่อว่าหลายคนเคยเจอประสบการณ์กำลังนั่งทำงานหรือเปิดแอร์เย็นๆ แล้วอยู่ดีๆ ไฟฟ้าในบ้านก็ตกหรือเบรกเกอร์ทริปตัดไฟไปเสียดื้อๆ ปัญหานี้ไม่ได้แค่สร้างความน่าหงุดหงิดครับ แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของอันตรายจากระบบไฟฟ้าในบ้าน โดยสาเหตุหลักๆ มักเกิดจาก การใช้ไฟฟ้าเกินขนาด (Overload) การเกิด กระแสไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) ไฟฟ้ารั่วลงดิน หรือแม้กระทั่งตู้คอนซูมเมอร์และตัวเบรกเกอร์เองที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
ก่อนจะตกใจหรือรีบโทรเรียกช่าง เราสามารถตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองด้วยขั้นตอนที่ปลอดภัยดังนี้ครับ
เรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีอันตรายถึงชีวิตครับ หากคุณลองถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกหมดแล้ว แต่สับเบรกเกอร์ขึ้นไม่ได้ หรือพบสัญญาณเตือน เช่น มีกลิ่นไหม้ มีเสียงสปาร์กดังแป๊กๆ จากตู้ไฟ เต้ารับร้อนผิดปกติ หรือเบรกเกอร์ตัดทันทีทุกครั้งที่สับขึ้น ห้ามฝืนดันเบรกเกอร์ค้างไว้เด็ดขาด ให้รีบสับเบรกเกอร์เมนลงเพื่อตัดกระแสไฟ แล้วติดต่อช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและแก้ไขทันที
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากวนใจในระยะยาว ควรวางแผนแยกวงจรไฟฟ้าในบ้านให้ชัดเจน เช่น แยกวงจรแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และเต้ารับทั่วไปออกจากกัน เลือกใช้เบรกเกอร์และตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตที่ได้มาตรฐาน มอก. และหากบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ไฟตกจากระบบการไฟฟ้าบ่อยๆ การติดตั้งตัวปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (Stabilizer) หรือเครื่องสำรองไฟ (UPS) สำหรับอุปกรณ์สำคัญ ก็จะช่วยปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไม่ให้พังเสียหายได้ครับ