สวัสดีครับคนรักบ้านทุกคน เวลาที่เราอยากปรับเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ การเลือกปู "พื้นลายไม้" มักเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ เสมอ แต่พอเดินเข้าโชว์รูมวัสดุสร้างบ้าน หลายคนมักจะเกิดความสงสัยและลังเลระหว่าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) กับ พื้นลามิเนต (Laminate Flooring) ที่มองเผินๆ ก็ดูสวยงามคล้ายกัน วันนี้เราจะพามาเจาะลึกความต่างแบบชัดๆ เพื่อให้คุณเลือกวัสดุที่ใช่ที่สุดสำหรับบ้านครับ
สิ่งแรกที่ทำให้วัสดุทั้งสองชนิดนี้ต่างกันคือโครงสร้างภายในครับ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ผลิตขึ้นโดยนำไม้จริงแผ่นจริง (Real Wood Veneer) หนาประมาณ 2-4 มิลลิเมตร มาปิดทับบนชั้นไม้อัดที่วางสลับทิศทางกัน ทำให้ได้สัมผัส ตาไม้ และความอบอุ่นแบบธรรมชาติแท้ๆ ในขณะที่ พื้นลามิเนต คือแผ่นไม้สังเคราะห์ HDF (High-Density Fiberboard) ปิดทับด้วยกระดาษพิมพ์ลายไม้ความละเอียดสูง แล้วคลุมด้วยชั้นเรซินป้องกันรอยขีดข่วน แม้ลายจะสวยเป๊ะสม่ำเสมอ แต่สัมผัสเวลาก้าวเดินจะให้ความรู้สึกเป็นวัสดุสังเคราะห์มากกว่า
หากพูดถึงเรื่องงบประมาณ พื้นลามิเนตตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าสบายกระเป๋า ทนต่อรอยขีดข่วนจากเล็บสัตว์เลี้ยงหรือการลากเฟอร์นิเจอร์ได้ดีมาก แต่ข้อเสียคือกลัวน้ำและความชื้น หากน้ำขังหรือความชื้นสะสมแผ่นไม้จะพองบวมได้ง่าย ส่วนพื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีราคาสูงกว่าประมาณ 2-3 เท่า แต่ได้ข้อดีเรื่องความสวยงามหรูหรา และโครงสร้างไม้อัดช่วยลดการยืดหดตัวตามสภาพอากาศได้ดีกว่าไม้จริงแผ่นเดียว นอกจากนี้ หากผิวหน้าเกิดรอยขีดข่วนในอนาคต ยังสามารถสกัดขัดผิวหน้าเพื่อทำสีใหม่ได้ 1-2 ครั้งอีกด้วย
หากยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้เช็กลิสต์ง่ายๆ นี้ช่วยประเมินความต้องการของตัวคุณเองดูครับ
ไม่ว่าจะเลือกพื้นไม้ชนิดใด หัวใจสำคัญของการปูพื้นให้สวยงามและทนทานคือ การเตรียมพื้นผิวเดิม (Subfloor) ครับ พื้นคอนกรีตด้านล่างต้องแห้งสนิท ไร้ความชื้น และได้ระดับที่สม่ำเสมอกัน หากพื้นเดิมขรุขระหรือมีความชื้นสูง จะทำให้พื้นไม้เกิดเสียงดังเวล่าย่ำ โก่งตัว หรือเกิดปัญหาปลวกและเชื้อราตามมาในอนาคต สำหรับงานปรับระดับโครงสร้างพื้น หรือการรื้อถอนพื้นเดิมที่มีความซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินและดำเนินการอย่างปลอดภัยครับ