ใบเสนอราคาไม่ได้มีหน้าที่บอกราคาอย่างเดียว แต่เป็นเอกสารชิ้นแรกที่ลูกค้าใช้ตัดสินว่า คุณเป็นช่างแบบไหน ใบที่เขียนครบและอ่านง่ายมักปิดงานได้โดยไม่ต้องลดราคา
ชื่อร้านหรือชื่อผู้รับเหมา ที่อยู่ เบอร์โทร เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี) และโลโก้ ฝั่งลูกค้าใส่ชื่อและสถานที่หน้างาน พร้อมเลขที่ใบเสนอราคาและวันที่ เลขที่เอกสารสำคัญกว่าที่คิด เพราะเวลาคุยกันทาง LINE หลายรอบ ลูกค้าจะอ้างอิงจากเลขนี้
แยกเป็นแถวตามหมวดงาน เช่น งานเตรียมพื้นที่ งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานระบบ แต่ละแถวมี รายละเอียด · จำนวน · หน่วย · ราคาต่อหน่วย · ราคารวม ใบที่เขียนบรรทัดเดียวว่า 'ค่าก่อสร้างทั้งหมด 850,000 บาท' คือใบที่โดนต่อราคาแน่นอน เพราะลูกค้าไม่มีทางรู้ว่าตรงไหนแพงตรงไหนถูก
ถ้าเป็นงานรวมวัสดุ ควรแยกให้เห็นว่าค่าวัสดุเท่าไร ค่าแรงเท่าไร นอกจากจะดูโปร่งใสแล้ว ยังช่วยคุณเองเวลาราคาวัสดุขึ้นระหว่างงาน เพราะมีฐานให้คุยกับลูกค้าว่าส่วนไหนที่ขยับ
ปูน เหล็ก กระเบื้อง สี ควรระบุยี่ห้อหรือเกรดไปเลย ถ้าเขียนแค่ 'วัสดุมาตรฐาน' ลูกค้าจะเอาราคาคุณไปเทียบกับเจ้าที่ใช้ของถูกกว่า แล้วคุณจะแพ้ทั้งที่ของดีกว่า
ราคานี้ยืนยันถึงวันที่เท่าไร (แนะนำ 7-30 วัน เพราะราคาวัสดุขยับตลอด) · งวดการจ่ายเงิน · ระยะเวลาทำงาน · การรับประกัน · และที่สำคัญที่สุดคือ 'ราคานี้ไม่รวมอะไร' เขียนของที่ไม่รวมให้ครบ จะช่วยคุณตอนหน้างานมากกว่าเขียนของที่รวม
บอกให้ชัดว่าราคารวม VAT แล้วหรือยัง ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล เขาจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของค่าจ้าง ควรเขียนไว้ในเงื่อนไขเลยว่าคิดกันอย่างไร จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันตอนวางบิล
ทำใบเสนอราคาในชื่อร้านคุณเอง ใส่โลโก้ เปลี่ยนสีได้ ดึงราคากลางจากตลาดมาใส่ได้ แชร์ทาง LINE หรือพิมพ์ PDF
โดยตัวเองยังไม่ผูกพันจนกว่าอีกฝ่ายจะตอบรับ แต่เมื่อลูกค้าเซ็นรับแล้ว ใบเสนอราคาสามารถกลายเป็นหลักฐานของข้อตกลงได้ จึงควรเขียนเงื่อนไขให้ครบเหมือนสัญญาย่อย
งานก่อสร้างนิยมยืนราคา 7-30 วัน เพราะราคาวัสดุอย่างเหล็กและปูนขยับได้ในระยะสั้น ถ้ายืนนานกว่านั้นควรเขียนเงื่อนไขปรับราคาตามราคาวัสดุไว้ด้วย
ไม่จำเป็น บุคคลธรรมดารับเหมาก็ออกใบเสนอราคาในชื่อตัวเองได้ แต่ควรมีเลขบัตรประชาชนและที่อยู่ที่ติดต่อได้จริงในเอกสาร
งานรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นการจ้างทำของ ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลจะหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่าจ้าง แล้วออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้าง
เอกสารหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางภาษี ตัวเลข อัตรา และเงื่อนไขที่อ้างถึงเป็นค่าที่ใช้กันทั่วไปในตลาด ซึ่งอาจต่างจากกรณีของคุณ ก่อนใช้กับงานจริงควรตรวจสอบกับผู้ประกอบวิชาชีพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง