ตรวจรับบ้านให้เผื่อเวลาครึ่งถึงหนึ่งวันเต็ม ไปช่วงกลางวันที่แสงดี พกไขควงเช็คไฟ ลูกแก้วหรือลูกปิงปอง ไฟฉาย ที่ชาร์จโทรศัพท์ และกระดาษโพสต์อิทไว้แปะจุดพบปัญหา ถ่ายรูปทุกจุดพร้อมจดรายการรวมเป็นเอกสาร defect ให้ผู้รับเหมาเซ็นรับ
ระบบน้ำ (จุดที่พลาดแล้วเจ็บสุด)
- เปิดก๊อกทุกตัวพร้อมกัน เช็คแรงดันตก น้ำไหลอ่อนผิดปกติ
- ขังน้ำในอ่าง/พื้นห้องน้ำ 10-15 นาที ดูการระบายและรอยรั่วฝ้าชั้นล่าง
- กดชักโครกทุกตัว เช็คน้ำหมุนลงหมดและไม่มีรั่วซึมโคน
- เทน้ำใส่พื้นห้องน้ำ ดูว่าไหลลงท่อระบายหมด ไม่ขังเป็นแอ่ง (สโลปพื้นถูกต้อง)
- เปิดฝาท่อพักรอบบ้าน ดูการไหลและเศษปูนอุดตัน
ระบบไฟ
- เสียบไขควงเช็คไฟหรือที่ชาร์จมือถือทุกปลั๊ก — ทุกจุดต้องมีไฟ
- เปิด-ปิดสวิตช์ทุกตัว ไฟทุกดวงติด ตำแหน่งสวิตช์ตรงกับดวงโคมที่ควรคุม
- กดปุ่ม Test ที่เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) — ต้องตัดไฟทันที ถ้าไม่ตัดคือเรื่องใหญ่
- ดูตู้เมนไฟ: เบรกเกอร์มีป้ายบอกว่าคุมโซนไหน สายไฟเข้าเรียบร้อยไม่พันกันยุ่ง
พื้น ผนัง ฝ้า ประตูหน้าต่าง
- วางลูกแก้วบนพื้นหลายจุด — กลิ้งแรงทิศเดียวซ้ำ ๆ แปลว่าพื้นเอียง
- เคาะกระเบื้องพื้น-ผนังไล่ทีละแผ่น เสียงโปร่งกลวงคือปูนไม่เต็ม (จดตำแหน่งให้แก้)
- ส่องผนังทามุมเฉียงกับแสง หารอยคลื่น รอยแตกลายงา สีด่าง
- เปิด-ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ต้องลื่น ไม่เสียดสี ล็อกได้สนิททุกตัว
- ดูรอยรั่วรอบวงกบและมุมฝ้า — คราบน้ำสีเหลืองคือหลักฐานฝนเข้า
นอกบ้าน
- ดูรอยแตกร้าวผนังภายนอกโดยเฉพาะมุมเสา-คาน แนวทแยงต้องให้วิศวกรดู
- สังเกตพื้นรอบบ้านลาดออกจากตัวบ้าน ไม่ใช่ลาดเข้า
- ฝนตกครั้งแรกหลังรับบ้านให้เดินดูทุกห้องทันที — นี่คือการทดสอบของจริงที่ดีที่สุด
ทำเอกสารรายการ defect สองชุดเซ็นทั้งสองฝ่าย กำหนดวันแก้เสร็จชัดเจน แล้วจึงนัดตรวจซ้ำก่อนจ่ายงวดสุดท้าย ถ้าบ้านมูลค่าสูงหรือไม่มั่นใจ จ้างวิศวกรตรวจอิสระ (หาได้ในเมนู "จ้างวิศวกรตรวจงาน" บนภูนคาน) ค่าจ้างหลักพันแลกกับตาที่เห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น